web_photoshop_01
outstanding article
 

“แชต”สิ่งเสพติดวัยรุ่นยุคใหม่

               หากกล่าวถึงปัญหาหนึ่งในสังคมไทยที่แอบแฝงอยู่กับเทคโนโลยีที่สุดล้ำยุคในโลกยุคดิจิตอลเช่นทุกวันนี้ ก็คงจะไม่พ้นการที่เด็กและเยาวชนไทย แม้กระทั่งคนในวัยทำงานเองที่ติดการเล่นอินเทอร์เน็ต เช่น เกมออนไลน์ แต่ที่ดูจะได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้และติดกันมากไม่ว่าจะเป็นในหมู่ของนักเรียนนักศึกษาหรือแม้กระทั่งในวัยของคนทำงานคือการสนทนาทางอินเทอร์เน็ต หรือ “แชต”(CHAT) ที่กำลังเป็นที่แพร่หลาย

แชต Msn ของ Hotmail เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมแชตที่ได้รับความนิยมที่ถูกอันหนึ่ง 
 

             "แชต" ภาษาฮิตติดปากที่น้อยคนนักในหมู่วัยรุ่นเยาวชนไทยจะไม่รู้ว่ามันมีความหมายว่าอย่างไร... โดยเฉพาะในยุคที่เด็กไทย (บางคน) เพรียกหาเกมออนไลน์และอินเทอร์เน็ตมากกว่าการใช้เวลาอยู่กับครอบครัว ความนิยมในการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อความสะดวกสบายก็มีเพิ่มมากขึ้น เช่น การค้นหาข้อมูล เช็กรอบการฉายภาพยนตร์ ส่งจดหมาย หรือแม้แต่หาแฟน                                                                                                              

          การสนทนาที่เรียกว่า "แชต" ... ถ้าจะกล่าวให้เข้าใจง่ายก็คือการสื่อสารสนทนาโดยการพิมพ์ข้อความโต้ตอบกันทางอินเทอร์เน็ต ผ่านโปรแกรมต่างๆ กันไป สามารถเล่นเป็นกลุ่ม หรือจะเลือกคุยกันเป็นการส่วนตัวสองต่อสองก็ได้ แล้วแต่โปรแกรมที่ใช้แชตว่าเซตมาในรูปแบบใด
      
       การแชต อาจทำผ่านทางเว็บเพจธรรมดาหรือ ใช้โปรแกรมแชต เช่น  ไอซีคิว (ICQ), เพิร์ช (PIRCH), เอ็มเอสเอ็น (MSN), ไออาร์ซี (IRC) ที่นับวันดูจะเป็นที่แพร่หลายในกลุ่มคนเหล่านี้มากขึ้น ซึ่งการแชตนี้ทำให้โลกของผู้ใช้กว้างขึ้น มีโอกาสสนทนากับคนที่ไม่รู้จักมากขึ้น โดยที่เจ้าตัวไม่ต้องออกจากห้องคอมพิวเตอร์ไปไหน เป็นการเพิ่มโอกาสในการรู้จักเพื่อนใหม่ที่พ่อแม่ผู้ปกครองยากที่จะสอดส่องดูแล เพราะการรู้จักทางอินเทอร์เน็ต การพูดคุยกับคนที่ไม่เคยเห็นหน้า การแลกเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ จนกระทั่งการนัดเจอภายหลังการพูดคุยแล้วถูกใจ ล้วนแล้วแต่เป็นการเปิดช่องที่จะถูกมิจฉาชีพล่อลวงทำร้ายได้ทั้งนั้น

 วัลลภ ตังคณานุรักษ์ หรือ “ครูหยุย” สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) กรุงเทพฯ ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า  " การเล่นแชตเด็กไทยต้องแยกแยะให้เป็นว่า ข้อมูลที่ถูกส่งผ่านทางสื่ออินเทอร์เน็ต หรือแชต ไม่ใช่ข้อมูลที่เป็นจริงตลอด เนื่องจากไม่รู้จักหน้าตากัน เพราะฉะนั้นการเล่นต้องคิดไตร่ตรองให้ดีว่าสิ่งไหนควรเชื่อและสิ่งไหนไม่ควรเชื่อ
     ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องพึงระวังก็คือเด็กไทยกับเด็กต่างประเทศมักจะใช้ประโยชน์ทางด้านอินเทอร์เน็ตที่ไม่ค่อยเหมือนกัน กล่าวคือ เด็กไทยเล่นแชตบนอินเทอร์เน็ตมักเข้าไปในห้องสนทนาที่หยาบคาย และจะเชื่อคำพูดเหล่านั้นโดยมิได้กลั่นกรอง ซึ่งผิดกับเด็กต่างประเทศ ที่มีระบบการป้องกันในเรื่องนี้ ซึ่งเรียกว่า ปาล์มคือจะมีผู้ที่คอยดูแลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคอยตรวจดูการใช้บริการการสนทนาแชตหรืออินเทอร์เน็ต ถ้ามีการใช้คำพูดที่ไม่สุภาพไม่เหมาะสมในการสนทนา ทางผู้ที่ดูแลควบคุมก็จะมีการตักเตือนให้ผู้เล่นแชตทราบในครั้งแรก และถ้ายังไม่เชื่อฟังก็จะปิดห้องสนทนาไม่ให้สนทนาอีกเลย"
                                                                                                                          

บอร์ดประกาศหาคนคุยแชต

           ส่วนในการสนทนาผ่านโดยการแชตก็มีส่วนที่ดีที่สามารถช่วยให้ประหยัดมากกว่าการคุยทางโทรศัพท์และเมื่อเบื่ออยากมีคนคุยด้วยก็สามารถที่จะหาเพื่อนคุยได้ แต่ก็ต้องอยู่ในขอบเขต
      
       “จากการที่เห็นเยาวชนไทยต้องตกเป็นเหยื่อทางสังคมของสิ่งเหล่านี้ก็เพราะว่าการที่เด็กไทยรับข่าวสารข้อมูลโดยมิได้กลั่นกรอง และใช้บริการอินเทอร์เน็ตโดยไม่มีผู้ใหญ่คอยดูแลตักเตือน ทำให้เด็กหรือวัยรุ่นที่ใช้บริการหลงเชื่อกับในสิ่งที่เห็นอยู่ และก่อให้เกิดปัญหาการข่มขืน
      
       ท้ายนี้ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ออกมาตรการควบคุม และผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตก็ควรคำนึงถึงสื่อลามก การเล่นแชตหรือการสนทนาผ่านอินเทอร์เน็ตนั้นก็ควรที่จะเล่นให้อยู่ในขอบเขต ไม่หมกมุ่นเกินไป ควรใช้เวลาเหล่านั้นออกกำลังกาย อ่านหนังสือจะมีประโยชน์กว่า”
      
       ทีนี้ เราลองมาฟังความเห็นจากบรรดานักเล่นแชตกันบ้างว่า...มีความเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไร

พัชรพงศ์(บอล) นักศึกษาสถาบันแห่งหนึ่ง กล่าวถึง  "วงสนทนาบนโลกสมมติในอินเทอร์เน็ตว่า เป็นสิ่งที่ทำให้เด็กและเยาวชนไทยต้องตกเป็นเหยื่อของสิ่งเหล่านี้และทำให้เกิดปัญหาตามมา เช่น การถูกล่อลวงมาข่มขืนเพราะว่าการที่เล่นเป็นประจำเลยทำให้เกิดความเชื่อใจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็เคยตกเป็นข่าวทางสังคมอยู่ประจำ โดยเฉพาะนักเรียนนักศึกษาที่จะใช้เวลาส่วนมากในแต่ละวันอยู่ในโลกของการสนทนาเนื่องจากเมื่อเข้าไปเล่นแล้วทำให้ผู้เข้าไปสนทนาเกิดความสนุกเพลิดเพลิน"

    ด้าน “ส้ม” พนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง พูดถึงเรื่องนี้ว่า ปกติแล้วเป็นคนหนึ่งที่เล่นแชตอยู่เป็นประจำ ส่วนมากจะเล่นตอนว่างงาน ไม่ได้เอาเวลาการทำงานมาเล่น เพราะการที่เล่นแช็ตทำให้รู้สึกว่ามันได้มีเพื่อนคุยเยอะขึ้น บางคนที่เล่นกันเป็นประจำก็สามารถที่จะทำให้เราคุยกับเขา ซึ่งประเภทที่สามารถปรึกษากันได้ทุกเรื่องก็มี
              แต่ส่วนตัวก็ไม่ได้จริงจังมากนัก เนื่องจากเป็นการสนทนาผ่านทางอินเทอร์เน็ต เพราะไม่สามารถที่จะรู้นิสัยว่าเขาเป็นอย่างไร
              “อยากจะฝากเตือนว่าสิ่งเหล่านี้เราเล่นเพื่อคลายเครียดได้และไม่ควรที่จะหมกมุ่นอยู่กับสิ่งเหล่านี้เกินไป”                      
                                                                            

ขณะที่ จุฑามาศ อีกหนึ่งนักศึกษาบอกว่า "เพิ่งได้รู้จักและเริ่มเล่นการสนทนาทางอินเทอร์เน็ตจากการที่เห็นเพื่อนๆ เล่นกันตามร้านอินเทอร์เน็ต หรือแม้กระทั่งห้องคอมพิวเตอร์ตามมหาวิทยาลัย แรกๆ ก็คิดว่าคงจะไร้สาระและเสียเวลาเพราะคิดว่าต่างฝ่ายก็ต่างที่จะโกหกซึ่งกันและกัน แต่เมื่อได้ทดลองเล่นก็เกิดความสนุกเพลิดเพลินไปกับการสนทนา แต่ก็ไม่ได้เล่นจนกระทั่งไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่น และก็ไม่อยากตกเป็นเหยื่อที่มีให้เห็นกันอยู่ในสังคมว่านักศึกษาเล่นสนทนาผ่านอินเทอร์เน็ตแล้วถูกล่อลวงมาข่มขืน"
              ด้าน วีรศักดิ์ โควสุรัตน์ รองประธานกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ สภาผู้แทนราษฎร ให้ความเห็นว่า ภัยที่เกิดจากการแชตนั้น ส่วนใหญ่เกิดจากความประมาทที่คิดว่าอีกฝ่ายที่คุยด้วยไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของตนเอง
      
       “และด้วยความเชื่อว่าต่างฝ่ายต่างคุยโดยไม่เห็นหน้ากันนี่เอง ทำให้เชื่อว่าการเล่นแชตไม่เป็นอันตราย และเริ่มจะเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวโดยความประมาทและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่ในห้องแชตรูมนั้น จะมีผู้เล่นบางจำพวก ที่จะเล่นเป็นประจำ และคอยเฝ้าสังเกตวิธีการพูด ความสนใจ อุปนิสัยใจคอ คนผู้อื่น เมื่อผู้เล่นที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์รู้สึกว่าปลอดภัย ก็เริ่มให้ข้อมูลส่วนตัว ซึ่งผู้เล่นแชตที่ไม่หวังดี ที่คอยเฝ้าสังเกตอยู่ก็จะเก็บข้อมูลเอาไว้ พวกนี้จะชำนาญและเก็บข้อมูลได้ว่า เราเป็นใคร เพศอะไร อายุเท่าไหร่ มีความสนใจในเรื่องใด จากนั้นก็อาจจะเข้ามาพูดคุย ตีสนิท พอสนิทกันมากๆ ก็อาจให้ข้อมูลส่วนตัวเช่นหมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่ ชื่อจริง โรงเรียน สถานศึกษา จนกระทั่งอาจจะนัดเจอกัน ซึ่งถือเป็นการเปิดช่องให้ภัยมาถึงตัว”
      
       นอกจากนี้ วีรศักดิ์ยังได้แนะนำแนวทางการป้องกันภัยที่อาจเกิดขึ้นจากการแชตคือ

       ประการที่1. การแนะนำให้เด็กรู้ถึงวิธีการป้องกันตัวหากต้องการเข้าไปเล่นแชต แนะนำให้ปกปิดข้อมูลส่วนตัว

       ประการที่ 2.ต้องรับทราบว่าเด็กจะเริ่มเล่นแชตตอนอายุเท่าใด ซึ่งในปัจจุบันนี้การเล่นแชตของเด็กจะเริ่มที่ประมาณประถมปลายถึงมัธยมต้น ดังนั้นครูอาจารย์ในระดับนี้จำเป็นต้องสอนและให้ความรู้ในเรื่องของโทษภัยจากแชต และผู้ปกครองเองก็จำเป็นจะต้องตรวจสอบว่าบุตรหลานสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้มากน้อยเพียงใด
      
       ประการที่ 3
คืออาจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้ผู้เชี่ยวชาญการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เขียนโปรแกรมป้องกัน เช่นอาจเป็นโปรแกรมที่ถูกแชตมาให้จดจำคำหยาบคาย หมายเลขโทรศัพท์บ้าน หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ ชื่อและนามสกุลของลูก ชื่อโรงเรียน หรือข้อมูลที่ควรจะเป็นความลับ ซึ่งหากข้อความข้อมูลเหล่านี้ถูกพิมพ์ออกไป โปรแกรมก็จะจดจำข้อมูลเหล่านี้ และสามารถให้พ่อแม่กลับมาตรวจสอบได้
      
       ประการที่ 4
การใช้โปรแกรมเว็บการ์ด ที่จะเป็นซีดีรอมใส่เข้าไปและ Install กับเครื่องคอมพิวเตอร์ จะเป็นโปรแกรมสำหรับการบล็อกเว็บไซต์ประมาณ 1 ล้านเว็บไซต์ ที่พิสูจน์ออกมาแล้วว่าเป็นเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม เป็นต้น

 


ที่มา :
                        ประจำวันที่ 26 มกราคม  2549

              อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่


อ่าน 1895 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting


 “รัฐกับการรับมือเหตุลักพาตัวเด็ก”
 ถอดรหัส “ลักพาตัวเด็กในโรงพยาบาล”
  “คนหายที่แจ้งรัฐ...ยังไม่สามารถติดตามได้ในขณะนี้”
 ถอดบทเรียนกรณีลักพาตัวเด็กในประเทศไทย

 



กรุณากรอก e-mail

สมัครสมาชิก | ยกเลิก

 

          สถานีประชาชนช่อง TPBS
          ร่วมมือ ร่วมใจ ช่อง NBT
          เรื่องจริงผ่านจอ ช่อง 7
          ร่วมด้วยช่วยกัน
          จส. 100
          สวพ. 91

ศูนย์ข้อมูลคนหาย
เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์
มูลนิธิกระจกเงา 191 ซอยวิภาวดี 62 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210
โทร 02-973-2236-7 ต่อ 104
โทรสาร 02-973-2236 ต่อ 109
E-mail : info@backtohome.org
ดูแผนที่
Design By NgosCyber